5 เด็น แมนยูสดุด ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน

5 เด็น แมนยูสดุด ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน เก็บไปคนล่ะ 1 แต้มเท่านั้น

5 เด็น แมนยูสดุด ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน

5 เด็น แมนยูสดุด ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน

5 เด็น แมนยูสดุด ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน

เว็บพนันบอล โปรโมชั่นถูกใจ แทงบอลฟรี ได้ก่อนใคร

แมตช์รับมือกับ เอฟเวอร์ตัน เป็นเกมที่ 4,000 ติดต่อกันที่สโมสรให้โอกาสเหล่าบรรดา “ลูกกรอกคะนอง” ได้ลงสนาม และนักเตะเหล่านั้นไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันไม่ทำให้ผิดหวัง ในแมตช์นี้ก็เช่นกันทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้ลงสนาม แม้จะยิงประตูไม่ได้ แต่ก็เล่นได้น่าพอใจ

ขณะเดียวกัน เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การกุมบังเหียนของ ดันแคน เฟอร์กูสัน ยังคงทำผลงานได้ดีต่อเนื่องโดยเขาปราบทั้ง เชลซี และบุกเสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เก็บได้ 4 คะแนน กับสโมสรระดับท็อปซิกซ์ ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา และทำให้ผู้บริหาร “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” อาจจะต้องคิดทบทวนเรื่องการยื่นสัญญาถาวรให้ “บิ๊กดังก์” ก็เป็นได้

1. แมนยู ต้องหาจอมจบสกอร์ที่วางใจได้ 

ในเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสงามหยดชดช้อยถึง 3 ครั้งช่วงต้นเกมในแมตช์รับมือเอฟเวอร์ตัน แต่ เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แดเนี่ยล เจมส์ กลับทำโอกาสเหล่านี้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย แน่นอนว่าหากหนึ่งในเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นประตู รูปเกมอาจจะแตกต่างไปจากนี้

กลับกันเมื่อเจ้าบ้านมีโอกาสแต่ทำได้ ยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” และพวกเขาก็จะอาศัยการเล่นลูกตั้งเตะเพื่อหมายจะทำประตู ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ เมื่อได้ประตูทองจากจังหวะเตะมุม และบอลไปโดนตัว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เข้าประตูตัวเอง

แน่นอนว่าการได้ประตูนำทำให้ เอฟเวอร์ตัน เล่นตามแผนนั่นก็คือการตั้งรับรอสวนกลับ โดยพวกเขาหันไปปิดพื้นที่ไม่ให้บรรดาทัพ “ผีแดง” ใช้ความเร็วซึ่งเป็นจุดเด่นในเกมเล่นเกมรุกของพวกเขา ซึ่งแน่นอนว่าก็ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

ในส่วนของ แรชฟอร์ด แม้จะตะบันไปแล้ว 13 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบการเล่นเป็นแนวรุกฝั่งซ้ายมากกว่ายืนเป็นหน้าเป้า ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบทำก็คือหาจอมจบสกอร์เข้ามาเติมเต็มในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งเดือนมกราคมนี้

2. เฟอร์กูสัน ยิ่งคุมทีมยิ่งดี 

ดันแคน เฟอร์กูสัน ตำนานกองหน้าเอฟเวอร์ตัน ได้รับมอบหน้าให้ทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพ แต่ผลงานของเขาในเวลานี้คงทำให้ ฟาร์ฮัด โมชิริ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต้องคิดหนักเนื่องจาก “บิ๊กดังก์” แสดงให้เห็นถึงกึ๋นชั้นยอดในสองแมตช์ที่ผ่านมา

หลังจากที่ทำหน้าที่นั่งเก้าอี้ร้อนแทน มาร์โก ซิลวา ในเกมรับมือ เชลซี และจัดการสั่งสอน “สิงโตน้ำเงินคราม” แบบสบายเกือก 3-1 หลังจากนั้นก็ยังโชว์มันสมองสุดปราดเปรื่องในการบุกไปแบ่งแต้ม “ปีศาจแดง” ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ชนิดที่เกือบชนะด้วยซ้ำ   สำหรับตอนนี้หากถามสาวก “เอฟเวอร์โตเนี่ยน” แน่นอนว่ากุนซือยืนหนึ่งของพวกเขาก็คือ เฟอร์กูสัน เพราะเขาได้ส่งผ่านความกระตือรือร้น, ความมุ่งมั่น และการทุ่มเทให้กับลูกทีม และการได้ 4 คะแนนจาก 6 แต้มในการพบกับ 2 ทีมระดับท็อปซิกซ์ ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

3. เด เคอา ไร้คลีนชีตอีกแล้ว  

ดาบิด เด เคอา เคยสร้างผลงานสุดยอดด้วยการคว้ารางวัลถุงมือทองคำในฤดูกาล 2017/18 เมื่อเขาทำสถิติไม่เสียประตู 18 เกม แต่สำหรับตอนนี้ผลงานดังกล่าวดูเหมือนยังไม่ใกล้เคียงกับฟอร์มสุดหนึบในเวลานั้นเลย ล่าสุดก็ต้องเสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ในช่วงครึ่งแรก

ในจังหวะที่เสียประตูแน่นอนว่า เด เคอา ก็มีส่วนผิด เพราะเจ้าตัวดันกระโดดขึ้นชกบอลไม่โดน แม้หลายคนจะปกป้องว่าเป็นเพราะ โกลชาวสแปนิช โดน โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน กับ เยอร์รี่ มีน่า กระโดดขึ้นเบียด และน่าจะเป็นจังหวะฟาวล์ แต่วีเออาร์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประตูนี้ขาวสะอาดไร้ข้อกังขา   สำหรับประตูที่เสียไปในแมตช์กับ เอฟเวอร์ตัน ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเก็บคลีนชีตในเกมลีก 12 แมตช์ติดต่อกันในฤดูกาลนี้ ถือว่าย่ำแย่มากๆ เพราะเป็นสถิติที่ “ปีศาจแดง” ไม่อยากจดจำ โดยเกมสุดท้ายที่ แมนฯ ยูฯ เก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีกได้เกิดขึ้นแมตช์เฉือน เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

4. ดาวรุ่งช่วยเซฟแต้ม

นี่เป็นแมตช์ที่ 4,000 ติดต่อกันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งนักเตะในศูนย์ฝึกเยาวชนลงสนาม ซึ่งถือเป็นปรัชญาของสโมสรแห่งนี้ในการให้โอกาสนักเตะสายเลือดใหม่ได้มีประสบการณ์ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของทัพ “เร้ด เดวิลส์”

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สานต่อปรัชญานี้อย่างเคร่งครัด ด้วยการส่งดาวรุ่งลงสนามมาตลอดนับตั้งแต่ที่เข้ามากุมบังเหียน เกมล่าสุดพวกเขาก็มีแข้งที่ปลุกปั้นทั้ง แรชฟอร์ด, ลินการ์ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แน่นอนว่าบรรดาแข้งพรสวรรค์ในอะคาเดมี่ช่วยทีมมาแล้วหลายต่อหลายเกมในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

แมตช์ล่าสุด เมสัน กรีนวู้ด ที่ลงมาแทน ลินการ์ด ในนาทีที่ 65 และสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ทั้งความรวดเร็ว ความคล่องตัว สามารถปั่นป่วนเกมรับ เอฟเวอร์ตัน ได้ตลอด ที่สำคัญนักเตะมีทีเด็ดเรื่องการยิงที่แสนคมกริบ และเกมนี้เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นแล้วถึงคุณภาพในการซัดประตูอีกครั้ง

ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โซลชา จะออกมาพูดว่าบรรดานักเตะดาวรุ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ดีเอ็นเอ” แมนฯ ยูไนเต็ด และพร้อมยึดปรัชญาการให้โอกาสแข้งวัยละอ่อนได้ลงสนาม เพราะเชื่อว่าผู้เล่นเหล่านี้จะสู้เพื่อสโมสรอันเป็นที่รักแบบสุดหัวใจ

5. ทอม เดวิส สัญลักษณ์สปิริตเอฟเวอร์ตัน

ทอม เดวิส รู้ว่าอะไรคือความหมายในการเล่นให้ เอฟเวอร์ตัน เพราะในฐานะเด็กปั้นของสโมสร เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาพร้อมสู้แบบถวายหัวให้กับทีมอันเป็นที่รักยิ่ง

แน่นอนว่า ดันแคน เฟอร์กูสัน จำเป็นต้องจับเขาลงเล่นตัวจริงในเกมเยือน “โรงละครแห่งความฝัน” เพราะปัญหานักเตะบาดเจ็บ และป่วย ทำให้ต้องส่ง มิดฟิลด์วัย 21 ปีลงสนาม โดยงานนี้เจ้าตัวไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ เมื่อเล่นได้โดดเด่นถูกใจ “บิ๊กดังก์” เหลือเกิน   เดวิส วิ่งพล่านไปทั่วสนาม และพยายามตัดจังหวะการเล่นบริเวณแดนกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะในช่วงที่เจ้าบ้านโหมบุกกระหน่ำเพื่อหวังจะทำประตูตีเสมอ แน่นอนว่าเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงพละกำลังที่มีเหลือเฟือ และพร้อมเข้าบอลทุกจังหวะแบบไม่กลัวเจ็บซะด้วย