5 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พลู ก่อนพบ วัตฟอร์ด

5 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พลู ก่อนพบ วัตฟอร์ด ในคืนที่ 14 ธันวาคม นี้

5 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พลู ก่อนพบ วัตฟอร์ด

5 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พลู ก่อนพบ วัตฟอร์ด

5 ประเด็นร้อน ลิเวอร์พลู ก่อนพบ วัตฟอร์ด

ขณะเดียวกัน วัตฟอร์ด ก็ต้องการชัยชนะในทุกๆ เกมที่ลงเล่นไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการต่อชั้น ฉะนั้นหากไม่อยากกลับไปเริ่มต้นใหม่ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ พวกเขาจำเป็นต้องงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ในการไปเยือนลิเวอร์พูล

ยิ่งไปกว่ากันฟากของ “เดอะ เร้ดส์” การไปตะวันออกกลางทำให้พวกเขาต้องพลาดลงเล่นเกมลีกในช่วงสัปดาห์หน้า หรือแมตช์ที่ 18 ฉะนั้นหากทีมยังสามารถรักษาระยะห่างของคะแนนเอาไว้ได้ต่อไป ทีมจะยิ่งถือความได้เปรียบมากขึ้น เพราะในเกมบ็อกซิ่งเดย์ พวกเขาจะต้องไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคมนี้

1.วิกฤติเซนเตอร์แบ็ก
สำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก เกมที่ 17 หลายคนอาจจะมองว่า ลิเวอร์พูล เจองานไม่ค่อยหนักเมื่อต้องรับมือกับ วัตฟอร์ด ทีมอันดับบ๊วยของตารางลีก ที่สนามแอนฟิลด์ แต่งานนี้ “หงส์แดง” ก็ห้ามประมาทเด็ดขาดเพราะขึ้นชื่อว่าทีมหนีตาย พร้อมสู้ถวายหัวอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามเรื่องฟาดฟันกันในสนามคงต้องรอดูกันในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคมนี้ แต่เรื่องที่ “เดอะ เร้ดส์” ต้องสนใจก็คือข่าวร้ายที่พวกเขาต้องขาด เดยัน ลอฟเรน กองหลังจอมแกร่ง ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อเกมชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อกลางสัปดาห์นี้ ในเกมรับมือ “แตนอาละวาด” นั่นทำให้ คล็อปป์ ต้องปวดหัวในการจัดแนวรับยืนคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อีกครั้ง

ต้องยอมรับว่าหลังจากที่ โฌแอล มาติป บาดเจ็บ ลอฟเรน สามารถก้าวเข้ามาทดแทน และจับคู่กับ ฟาน ไดค์ ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเสียประตูในช่วงแรก แต่ 2 แมตช์ที่ผ่านมา (ชนะ บอร์นมัธ และ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก) ทั้งสองคนเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง หยุดแนวรุกคู่แข่งได้อยู่หมัด

ฉะนั้นสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องทำและทำให้ได้ก็คือการจับ โจ โกเมซ ลงเล่นเซนเตอร์แบ็กกับ ฟาน ไดค์ ซึ่งอาจจะทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” เสียวหัวใจอยู่บ้าง แต่ในเกมล่าสุดที่ “หนุ่มโจ” ลงมาแทน ลอฟเรน ช่วงครึ่งหลังเกมกับ ซัลซ์บวร์ก ก็ยังพอทำงานได้เข้าขากับ ดาวเตะเลือดดัตช์

แต่ก็ต้องบอกว่าถือเป็นโชคดีที่เกมนี้พวกเขาพบ วัตฟอร์ด เพราะหากเจอกับทีมระดับท็อปซิกซ์ งานนี้แฟนลิเวอร์พูล อาจจะเครียดที่เห็น โกเมซ ยืนเป็นกองหลังตัวจริง !!

 

2. โรเตชั่นมิดฟิลด์
แน่นอนว่าการที่ ลิเวอร์พูล มีคิวลงสนามแน่นเอี๊ยดทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องมีการโรเตชั่นนักเตะในช่วง 2 เกมที่ผ่านมา และแมตช์นี้คงจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่พวกเขาต้องทำแบบนั้น และตำแหน่งที่จะใช้แผนนี้ก็คือเป็นแผงมิดฟิลด์ที่ดูแล้วมีตัวเลือกใช้งานเยอะจริงๆ

2 แมตช์ที่ผ่านมาในเกมลีกชนะ บอร์นมันธ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สอย ซัลซ์บวร์ก นั้น นาบี เกอิต้า โชว์ฟอร์มได้เริ่ดหรูอลังการเหลือเกิน และเล่นได้เข้าขากับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม แต่สำหรับเกมนี้มีความเป็นไปได้ที่ คล็อปป์ จะพัก มิดฟิลด์ทีมชาติกีนี และกัปตันทัพ “หงส์แดง” เพื่อหวังจะเก็บความสดเอาไว้ใช้งานในศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ประเทศกาตาร์

แล้วเกมนี้ใครจะยืนเป็น 3 ประสานแกนกลางละ ? แน่นอนว่าชื่อของ ฟาบินโญ่ ต้องตัดทิ้งเพราะยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ ฉะนั้นมีความเป็นได้ที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะได้กลับมาลงเล่นตัวจริง โดยมี ไวจ์นัลดุม ทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้งมิดฟิลด์ซึ่งดาวเตะดัตช์รายนี้ยิ่งเล่นยิ่งโดดเด่นในตำแหน่งนี้

ส่วนอีกรายหากมองแล้ว คล็อปป์ คงจิ้มนิ้วไปที่ชื่อของ เจมส์ มิลเนอร์ เพราะประสบการณ์ของนักเตะรายนี้น่าจะช่วยทีมได้เยอะ ที่สำคัญยังเป็นการให้รางวัลกับเจ้าตัวหลังจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2022 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

3.  เช็คฟอร์ม “หงส์แดง”
ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีก 7 เกมรวดนับตั้งแต่ที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แถม “เดอะ เร้ดส์” ยังได้กำลังใจเป็นกระบุงโกยจากการตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

แม้ในบางช่วง “หงส์แดง” จะฟอร์มฝืดๆ แต่พวกเขาก็ยังอาศัยคุณภาพของทีมฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ อย่างไรก็ตามหลังจาก 2 เกมหลังสุดที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ยิงประตูคู่แข่งสนุกเท้า และรักษาคลีนชีตที่รอคอยมานานหลายเกม นั่นแสดงให้เห็นว่าฟอร์มเก่งของพวกเขาค่อยๆ กลับคืนมา

ที่สำคัญตอนนี้เกมรุกของพวกเขาค่อยๆ กลับมาโหดจัดในสไตล์เฮฟวี่เมทัลอีกครั้ง ฉะนั้น วัตฟอร์ด ซึ่งมีสถิติเก็บชัยชนะเกมเดียวในลีกฤดูกาลนี้ อาจจะต้องเจอกับงานสุดหิน ที่สำคัญนักเตะลิเวอร์พูล กำลังใจมาอีกเป็นกระบุงโกยเมื่อ คล็อปป์ ขยายสัญญาออกไปถึงปี 2024  ฉะนั้นการไล่ล่าชัยชนะแมตช์ที่ 8 ติดต่อกันถือเป็นของขวัญชิ้นโบว์แดงให้กับนายใหญ่เลือดด๊อยท์ช จริงๆ

4. “SMF”ลงเต็มสูบก่อนบุกตะวันออกกลาง

เว็บพนันบอล โปรโมชั่นถูกใจ แทงบอลฟรี ได้ก่อนใคร
แม้ว่า คล็อปป์ จะประกาศชัดเจนว่าจำเป็นต้องใช้การโรเตชั่นนักเตะในช่วงเวลานี้ แต่สำหรับแมตช์ปะทะ วัตฟอร์ด มีความเป็นได้สูงมากที่เขาจะเลือกใช้งาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ลงสนามขู่แนวรับ “แตนอาละวาด”

เหตุผลเพราะเกมนี้ถือว่ามีความสำคัญมากๆ เนื่องจากเป็นแมตช์ส่งท้ายก่อนที่ “เดอะ เร้ดส์” ชุดใหญ่จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปประเทศกาตาร์ เพื่อชิงโทรฟี่สโมสรโลก ดังนั้น “หงส์แดง” ต้องการ 3 คะแนนอย่างมาก เพราะจะเป็นการกดดัน เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3

ทำไมถึงคิดว่าเป็นการกดดันทั้ง 2 ทีมนะเหรอ ? เนื่องจากในแมตช์ที่ 18 ลิเวอร์พูล ไม่ได้ลงเล่น ดังนั้น เลสเตอร์ กับ แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสที่จะเก็บแต้มไล่จี้พวกเขา แต่โปรแกรมในช่วงสัปดาห์หน้าดันประจวบเหมาะกับที่ “เดอะ ฟ็อกซ์” และ “เรือใบสีฟ้า” ต้องดวลกันเอง นั่นหมายความว่าจะมีทีมใดทีมหนึ่งอาจจะทำแต้มหลุดมือ หรือผลการแข่งขันทั้งสองทีมเสมอกัน

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อ ลิเวอร์พูล เดินทางกลับอังกฤษจะเป็นช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ซึ่งพวกเขาต้องออกไปเยือน เลสเตอร์ พอดิบพอดี ฉะนั้นแมตช์ที่ 17 ในการรับมือ วัตฟอร์ด เชื่อว่า กุนซือชาวเยอรมัน ต้องการให้ลูกทีมใส่เต็มสูบ และคว้า 3 คะแนนมาให้ได้

5.  วาทะกุนซือก่อนเกมสำคัญ
เจอร์เก้น คล็อปป์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกว่า “ผมไม่สนใจเรื่องสถิติ ไม่ใช่ในกรณีนี้ มันแบบว่า เราต้องลงเล่นเยอะมาก นี่เป็นหนทางเดียวที่เราสามารถทำได้ เราไม่คิดอะไรเกี่ยวกับช่วงเดือนพฤษภาคม (ช่วงปิดฤดูกาล)  เราลงเล่นเพื่อวันพรุ่งนี้ คิดแค่นั้นพอแล้ว วัตฟอร์ด มีผู้จัดการทีคนใหม่ เราต้องทิ้งเรื่องการวิเคราะห์ของพวกเขา (สมัยที่ กีเก้า ซานเชซ ฟลอเรส คุมทีม) ลงถังขยะไปให้หมด!”ไนเจล เพียร์สัน กุนซือ วัดฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 3 ของทัพ “แตนอาละวาด” ในซีซั่นนี้ต่อจาก ฆาบี กราเซีย และ กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส  มั่นใจว่าจะนำสโมสรอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก ได้ “เราจะอยู่รอดไหม นั่นคือสิ่งที่พวกคุณจะถามใช่ไหม ? รอดแน่นอน แต่เราต้องทำงานร่วมกัน, ทั้งนักเตะ, สตาฟฟ์ ทุกคนในสโมสร