ไม่แฮปปี้ แรชฟอร์ดลั่นจบท็อปโฟร์ไม่พอ สำหรับแมนยู

ไม่แฮปปี้ แรชฟอร์ดลั่นจบท็อปโฟร์ไม่พอ สำหรับแมนยู

 

ไม่แฮปปี้ แรชฟอร์ดลั่นจบท็อปโฟร์ไม่พอ สำหรับแมนยู

ไม่แฮปปี้ แรชฟอร์ดลั่นจบท็อปโฟร์ไม่พอ สำหรับแมนยู

ไม่แฮปปี้ แรชฟอร์ดลั่นจบท็อปโฟร์ไม่พอ สำหรับแมนยู มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โปรโมชั่นแทงบอล รับตนคงไม่ปลื้มหากทีมจบเพียงอันดับท็อปโฟร์โดยที่ไม่มีแชมป์ติดไม้ติดมือ เพราะสโมสรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ควรจะมีโทรฟี่แชมป์ประดับตู้โชว์ พร้อมระบุกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือรอคอย, อดทน แทงบอลชุด และทำงานหนักต่อไป

     มาร์คัส แรชฟอร์ด 

กองหน้าตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงกระตุ้นเพื่อนร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ว่าการจบอันดับท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ ไม่เพียงพอสำหรับสโมสรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ โดยสิ่งสำคัญจะต้องนำโทรฟี่มาประดับในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้ได้ ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เพราะทีมรั้งอยู่อันดับ 7 ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยห่างจากพื้นที่ในการคว้าสิทธิ์ ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 9 คะแนน แม้ฟอร์มของ ทีมจะย่ำแย่ในการเล่น ช่วงต้นซีซั่นในรอบ 33 ปีก็ตาม แต่พวกเขากำลังค่อยๆ ฟื้นตัว เพราะล่าสุดสามารถเก็บชัยชนะ 2 จาก 3 แมตช์ที่ผ่านมา

แม้ว่า “ผีแดง” กำลังพยายามสู้เพื่อโอกาสติดหนึ่งในสี่ก็ตาม แต่สำหรับ แรชฟอร์ด แล้วสโมสร ซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย ควรจะมีแชมป์ติดไม้ติดมือด้วยถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่ไลล่าโทรฟี่แชมป์เสมอ ผมคิดว่าในช่วง 18 เดือน (2 ปีครึ่ง) นับตั้งแต่ที่เราได้แชมป์ครั้งล่าสุด มันนานพอสมควรแล้ว”

“ถ้าเราจบฤดูกาลนี้ในตำแหน่งท็อปโฟร์ แต่ไม่มีโทรฟี่แชมป์ ผมไม่มีความสุขแน่นอน ถ้าเราสามารถคว้าถ้วยแชมป์มาได้ พร้อมกับจบท็อปโฟร์ แน่นอนว่านี่คือซีซั่นที่ประสบความสำเร็จของเรา สำหรับผมมันเป็นการแสดงให้ทุกๆ คนได้เห็นถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้ในอนาคต เพราะเรารู้ว่าช่วงเวลาแบบนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน”

“โอเล่ ไม่สามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการได้ในชั่วข้ามคืน เราต้องรอคอยจังหวะของเราด้วยความอดทน ตราบใดที่เรายังคงทำงานหนักต่อไป และเชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำ ผมคิดว่าทีมจะทำได้ 100 เปอร์เซนต์ และเราจะได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุด” แรชฟอร์ด ร่ายยาว

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

แรชฟอร์ดประเดิมสนามในนามทีมชุดแรกให้กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในเกมที่เอาชนะมิดทิลแลนด์ด้วยผล 5–1 ในการแข่งขัน ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 โดยในนัดนี้แรชฟอร์ดได้เริ่มต้นเป็นตัวจริงแทน อ็องตอนี มาร์ซียาล ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงฝึกซ้อมและยิงได้ถิง 2 ประตูส่งผลให้แรชฟอร์ดกลายเป็นนักเตะของปีศาจแดงอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลยุโรปด้วยวัยเพียง 18 ปี 117 วันทำลายสถิติของปีกชาวไอร์แลนด์เหนือเจ้าของฉายา เทพบุตรมหาภัย จอร์จ เบสต์ ที่ทำไว้ในศึกอินเตอร์ซิตี้-แฟร์สคัพนัดที่ทีมปีศาจแดงเอาชนะเยอร์การ์เด้นทีมจาก นอร์เวย์ ไป 6 – 1 เมื่อเดือนตุลาคม 2507 ด้วยวัย 18 ปี 158 วัน

หลังจากนั้นอีก 3 วันคือในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 ในศึก พรีเมียร์ลีก แรชฟอร์ดก็สร้างชื่อให้ตัวเองอีกครั้งด้วยการทำ 2 ประตูในนัดที่ทีมปีศาจแดงเปิด โอลด์แทรฟฟอร์ด ชนะ อาร์เซนอล ไป 3 – 2

วันที่ 20 มีนาคม 2559 แรชฟอร์ดได้สร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเป็นนักเตะของปีศาจแดงอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูได้ในศึก แมนเชสเตอร์ดาร์บี ในนัดที่ทีมปีศาจแดงบุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ถึง เอติฮัดสเตเดียม 1-0 ด้วยวัย 18 ปี 141 วันทำลายสถิติของ เวย์น รูนี่ย์ ที่ทำไว้ด้วยวัย 19 ปีเมื่อปี 2005

วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แรชฟอร์ดได้ต่อสัญญากับสโมสรออกไปอีก 4 ปีทำให้แรชฟอร์ดจะได้ค้าแข้งในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด จนถึงเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2563

ในฤดูกาล 2018–19 แรชฟอร์ดจะเปลี่ยนไปสวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จากเดิมที่ใส่เสื้อหมายเลข 19 มาก่อนหน้านั้น