แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาลคนละตุง แมนยูเจ๋งบุกปราบแมนซิตี้คาถิ่น แซงไก่ขึ้นที่ 5

แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาลคนละตุง แมนยูเจ๋งบุกปราบแมนซิตี้คาถิ่น แซงไก่ขึ้นที่ 5

แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาลคนละตุง แมนยูเจ๋งบุกปราบแมนซิตี้คาถิ่น แซงไก่ขึ้นที่ 5

แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาลคนละตุง แมนยูเจ๋งบุกปราบแมนซิตี้คาถิ่น แซงไก่ขึ้นที่ 5

แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาลคนละตุง แมนยูเจ๋งบุกปราบแมนซิตี้คาถิ่น แซงไก่ขึ้นที่ 5 “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เว็บพนันบอลออนไลน์โชว์ฟอร์มเฉียบหลังรวมพลังบุกไปปราบแชมป์เก่าสมัครแทงบอลผ่านเน็ต แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 มาร์คัส แรชฟอร์ด ควงอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลซัดคนละเม็ดพาทีมบุกซิวสามแต้มพร้อมแซง สเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ5แถมจี้อันดับ 4อย่างเชลซีเหลือแค่5คะแนน ในดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7ธ.ค.ที่ผ่านมา

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

บิ๊กแมตช์ “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” แมตช์แห่งศักดิ์ศรีระหว่าง แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 3 เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 8

ผลงานของทั้งคู่กำลังอยู่ในฟอร์มทีดี “เรือใบสีฟ้า” ไร้พ่ายมา 3 เกมติดแล้วล่าสุดบุกไปถล่ม เบิร์นลี่ย์ 4-1 เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พร้อมจัดสามแนวรุกเหมือนเดิม แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

ขณะที่ฝั่ง “ปีศาจแดง” ที่ไร้พ่ายมา 4 เกมติดและล่าสุดเปิดบ้านเบียดเอาชนะ สเปอร์ส 2-1 เกมนี้ข่าวดีคือได้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หายเจ็บกลับมายืนเป็นหน้าเป้า โดยมีตัวสนับสนุนทั้ง แดเนียล เจมส์, เจสซี่ ลินการ์ด และมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ฟอร์มกำลังเฉียบหลังเหมาสองประตูในเกมล่าสุด

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาแบบเร้าใจ แค่ 2 นาทีแรก “ผีแดง” เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ เฟร็ด ไหลบอลออกขวาโล่งๆให้ แดเนี่ยล เจมส์ หวดด้วยขวาเน้นๆแต่บอลไปตรงตัว เอแดร์ซอน ทุบออกมา และจากเกมโต้กลับของ “ซิตี้” สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้  เควิน เดอ บรอยน์ อัดด้วยซ้ายไปติดบล็อคของ วาน บิสซาก้า

นาที 7 จังหวะฟาสต์เบรกของเจ้าบ้านยังน่ากลัว ราฮีม สเตอร์ลิง เปลี่ยนสปีดควบบอลถึงเส้นหลังแล้วตบคืนมาให้ ดาบิด ซิลบา ยิงไปติดบล็อคแนวรับผีแดงอีกหน ก่อนบอลจะถึง แบร์นาโด ซิลวา หักคืนมาให้  เควิน เดอ บรอยน์ กดด้วยขวาตามน้ำบอลหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

อีก 2 นาทีถัดมา แมนฯยูไนเต็ดตอบโต้เอาคืนบ้าง มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายตัดแนวรับซิตี้ให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลยังไปติดขาของ เอแดร์ซอน โมราเอส

นาที 16 แรชฟอร์ด ที่เล่นได้โดดเด่น โชว์สกิลจ่ายบอลสุดเนียนทะลุแนวรับไปถึง แดเนี่ยล เจมส์ ทางซ้ายก่อนหักมาให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนกดด้วยขวาเน้นๆ แต่บอลไปติดเซฟ เอแดร์ซอน อีกที

นาที 20 มาร์คัส แรชฟอร์ด โดน แบร์นาโด้ ซิลวา กระแทกล้มลงในเขตโทษ แม้แอนโธนี่ เทย์เลอร์จะปล่อยให้เล่นต่อ แต่หลังบอลตายออกหลังไปแล้ว ได้มาย้อนดู VAR ก่อนจะชี้ให้จุดโทษแก่ “ผีแดง” เนื่องจาก แบร์นาโด้ ซิลวา เจตนาไม่เล่นบอลไปกระแทกแรชฟอร์ดจริง และเป็นเจ้าตัวที่ลุกขึ้นมายิงจุดโทษเข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำเจ้าถิ่น 1-0 ในนาทีที่ 23

นาที 25 ทัพของโซลชาพลาดได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย หลัง เฟร็ด จ่ายเนียนๆให้ แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปแต่หัวหอกทัพสิงโตคำรามดันยิงตามน้ำด้วยขวาหลุดกรอบอย่างน่าผิดหวัง

เกมรุกของ “ปีศาจแดง” มาเป็นชุด อีกสองนาทีต่อมา มาร์กซิยาล จ่ายบอลเข้ามาในกรอบถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด บรรจงชิพบอลเล่นทางแต่บอลไปชนคานออกหลังแบบน่าเสียดาย

แต่แล้ว นาที 29 แฟนผีแดงกรี๊ดกันลั่นสนาม เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทะยานานำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะเล่นกันสองคนของ มาร์กซิยาล กับแดเนี่ยล เจมส์ ก่อนจังหวะสุดท้ายปีกชาวเวลส์จะไหลคืนให้ มาร์กซิยาล หวดด้วยซ้ายเสาแรกหนีมือ เอแดร์ซอน เบียดโคนเสาเข้าไป

โอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ “ซิตี้” ต้องรอถึงนาทีที่ 34 ดาบิด ซิลบา ได้บอลนอกกรอบก่อนจะตั้งป้อมตะบันไกลบอลพุ่งแรงเป็นจรวดแต่ยังดีที่ไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา เซฟเข้าซองไว้ได้

ท้ายครึ่งแรก นาที 40 “เรือใบสีฟ้า” มีลุ้นตีไข่แตก จากลูกฟรีคิกนอกกรอบทางด้านซ้าย แต่จังหวะนี้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาปั่นข้ามกำแพงเฉียดคานออกไปนิดเดียว

อีก 3 นาทีถัดมา เจ้าบ้านได้ลุ้นฟรีคิกอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็น ดาบิด ซิลบา วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงแต่น้ำหนักเบาไปเข้ามือ เด เคอา รับไว้ได้สบาย

ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 แข้งเรือใบพยายามประท้วงหลัง เควิน เดอ บรอยน์ ปาดบอลมาโดนมือ เฟร็ด ทว่าผู้ตัดสินหลังเช็กกับทีมงาน VAR ปฎิเสธไม่ให้จุดโทษแก่เจ้าถิ่นมองว่าเป็นธรรมชาติในการวิ่งมาเล่นบอลแบบนี้ และเฟร็ดจัดระเบียบร่างกายเก็บแขน และไม่มีเจตนาเล่นบอลด้วยมือ ทำให้เจ้าถิ่นได้แค่ลูกเตะมุมเท่านั้น

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง นาที 55 แนวรับของปีศาจแดงสกัดบอลไม่เด็ดขาด โรดรี้ แย่งบอลได้ก่อนแทงบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวา ติดบล็อคของวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ตามมาบังทางบอลไม่ให้เข้ากรอบ

ทัพเรือใบเปิดเกมรุกมาอย่างต่อเนื่อง นาที 64 พลาดโอกาสได้ประตูอีกหน หลัง โรดรี้ สับไกอัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งจน ดาบิด เด เคอา ต้องเหินปัดออกหลังไป

อีกสองนาทีถัดมา แนวรุกปีศาจแดงได้สวนกลับขึ้นมาบ้าง แดเนี่ยล เจมส์ พาบอลตะลุยเข้ากลางก่อนจ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังไม่ผ่านมือ เอแดร์ซอน ปัดออกไปหวุดหวิด

นาที 83 เจสซี่ ลินการ์ด มีโอกาสพังประตูให้ทีมนำห่างบ้าง หลังวิ่งมาชาร์จจากการครอสบอลของ อันเดรียส เปเรยร่า แต่บอลยังเบาไปเข้ามือ เอแดร์ซอน

แต่แล้ว นาที 85 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ผีแดงมาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมมาเข้าหัว นิโกลัส โอตาเมนดี้ ขึ้นเทกโขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด

 ท้ายเกมเจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนัก แต่จังหวะสุดท้ายแนวรับปีศาจแดงยังช่วยกันได้ดี ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกมเป็นอันว่า “ดาร์บี้แมนเชสเตอร์” ยกแรก เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บุกมาปราบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปอยู่อันดับ 5 

     รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์ (นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.59), แฟร์นันดินโญ่, อังเคลินโญ่ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ (อิลคาย กุนโดกัน น.86), ดาบิด ซิลบา – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ริยาด มาห์เรซ น.65), กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ (แอชลี่ย์ ยัง น.89) – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ – แดเนียล เจมส์, เจสซี่ ลินการ์ด (อั๊กเซล ตวนเซเบ้ น.89), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (อันเดรียส เปเรยร่า น.74)

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์