แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้

แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้

แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้ เฟืองตัวสุดท้ายของ แมนยูไนเต้ด

แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้

แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้
แม็คโทมิเนย์ ตัวสำคัญของแมนยู ที่ขาดไม่ได้

แน่นอนว่าสำหรับหลายคนแล้วนั้น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้คงจะหนีไม่พ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าชาวอังกฤษของเจ้าถิ่นที่ทำคนเดียว 2 ประตู จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทืม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องผิดหวังในการกลับมาเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม อีก 1 คนที่ถือว่ามีความสำคัญมากๆ เหมือนกันก็คือ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ โดยเกมนี้กองกลางชาวสกอตต์กลับมาช่วยทีมได้หลังจากเจ็บข้อเท้าจนอดช่วยทีมใน 2 นัดก่อนที่ต้นสังกัดเก็บได้แค่ผลเสมอทั้งคู่ ซึ่งใน 2 นัดที่ว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด แก้ปัญหาด้วยการส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงเล่นคู่กับ เฟร็ด แทน และสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมกับ สเปอร์ส ก็ตอกย้ำเป็นอย่างดีว่า แม็คโทมิเนย์ แทบจะเป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้มากที่สุดไปแล้ว และ เปเรยร่า ก็ไม่สามารถทดแทนเขาได้

– เกมรับ
โซลชา อาจจะชื่นชอบ เปเรยร่า อย่างมาก จนถึงขนาดที่ออกมากางปีกป้องมิดฟิลด์เชื้อสายบราซิเลียนรายนี้ด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เปเรยร่า ก็ไม่ใช่กองกลางตัวรับอาชีพ เขาเข้าข่ายมิดฟิลด์ตัวรุกที่ควรยืนหลังกองหน้ามากกว่า และถ้าจะบอกว่าให้ เปเรยร่า รับบทปั้นเกม พร้อมกับให้ เฟร็ด มาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแทน มันก็ไม่เหมาะอยู่ดี เพราะ เฟร็ด ก็ไม่ใช่กองกลางตัวรับตามธรรมชาติเหมือนกัน

ทั้งนี้ เปเรยร่า ช่วยเกมรับได้น่าผิดหวังใน 2 เกมก่อนหน้านี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยในเกมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด เปเรยร่า ทั้งสกัดแย่งบอลไม่ได้เลย และตัดบอลไม่ได้แม้แต่หนเดียว ซ้ำร้ายยังถูกจับฟาวล์ 2 หนอีกต่างหาก ส่วนเกมกับ วิลล่า เขาก็ไม่มีจังหวะสกัดโดนบอลหรือตัดบอลได้เลยเหมือนกัน พร้อมกับเสียฟาวล์ไป 2 หน และทั้ง 2 นัดนั้นเขาก็ไม่มีจังหวะช่วยเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายเลย

ในทางกลับกัน เกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแม้ว่าจะต้องเจอกับแนวรุกของ สเปอร์ส ที่โหดกว่าของทั้ง เชฟฯ ยูไนเต็ด และ วิลล่า แต่ แม็คโทมิเนย์ ก็ยังสามารถตัดบอลได้ถึง 3 ครั้ง, ช่วยเคลียร์บอลให้พ้นพื้นที่อันตรายได้ 1 หน แถมยังเสียฟาวล์แค่ครั้งเดียวอีกต่างหาก

ถ้าท่านสนใจ เว็บพนันบอลที่ดีที่สุด หรือ ดูบอลสด ได้ก่อนใคร

– การผ่านบอลไกล
ในเกมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด เปเรยร่า ผ่านบอลเข้าเป้าโดยรวมเพียง 67.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การผ่านบอลระยะไกลของเขาก็เข้าเป้าเพียง 6 หน จากการจ่ายบอลยาว 13 ครั้ง ส่วนในเกมกับ วิลล่า แม้ว่าเขาจะมีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 83.6 เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ แล้วมันเป็นเพียงการแตะบอลสั้นๆ โดยเขาผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเพียง 3 ครั้ง จากทั้งหมด 7 หน

ด้าน แม็คโทมิเนย์ สามารถผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 4 หน จากทั้งหมด 8 ครั้ง ในเกมกับ สเปอร์ส โดยถ้าคิดเป็นอัตราส่วนก็ถือว่าสูงกว่าที่ เปเรยร่า ทำได้ใน 2 เกมก่อนหน้านี้ ส่วนเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าโดยรวมของเขาอยู่ที่ 76.5 เปอร์เซ็นต์

– คู่ขาที่ดีของ เฟร็ด
ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้นคู่ควรกับค่าตัว 52 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,976 ล้านบาท) ที่ทีมจ่ายไปเพื่อดึงเขามาจาก ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แต่ในฤดูกาลนี้ เฟร็ด ก็ยังมีบางนัดที่ทำผลงานได้น่าประทับใจ ตรงกันข้ามกับซีซั่นก่อนที่แทบจะไม่มีนัดไหนที่น่ายกนิ้วชมได้เลย

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งที่ทำให้ เฟร็ด มีผลงานดีขึ้นได้เป็นเพราะเขามีคู่หูในแดนกลางที่ดี นั่นคือ แม็คโทมิเนย์ โดยการได้ลงคู่กับกองกลางชาวสกอตต์มันช่วยให้ เฟร็ด สามารถเล่นอย่างมีอิสระได้ อย่างในเกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเขาก็สามารถให้ความสำคัญกับเกมบุกเพียงอย่างเดียวได้เต็มที่ จนทำให้ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าถึง 6 ครั้ง จากทั้งหมด 8 หน

ในทางตรงกันข้าม 2 นัดก่อนหน้านี้ที่ เฟร็ด ต้องยืนคู่กับ เปเรยร่า เขากลับไม่มีส่วนร่วมกับเกมรุกมากเท่าไหร่ อย่างนัดกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องวุ่นอยู่กับการเล่นเกมรับจนทำให้ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเพียง 2 หน จากทั้งหมด 6 ครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะหลายครั้งเขาต้องผ่านบอลในจุดที่ไม่เหมาะเท่าไหร่ โดยถึงแม้จะทำได้ดีขึ้นในเกมกับ วิลล่า ที่ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 6 หน จากการจ่ายไกล 9 ครั้ง แต่ถ้าเทียบเป็นอัตราส่วนแล้วก็ยังด้อยกว่าผลงานในเกมกับ สเปอร์ส นิดหน่อย

ในมุมหนึ่ง มันถือเป็นเรื่องดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีนักเตะซึ่งสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้แบบ แม็คโทมิเนย์ แต่ในทางกลับกัน มันก็ถือเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างมากที่ต้องมาพึ่งพานักเตะคนเดียวมากเกินไป แถมในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้นั้น นอกจาก แม็คโทมิเนย์ แล้วมันก็มีเพียง เนมานย่า มาติช แค่คนเดียวที่เป็นกองกลางตัวรับอาชีพที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งถ้าจะพูดตามตรงก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ มาติช ไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่าแล้ว และส่อแววจะย้ายทีมเต็มแก่

ถ้าจะไปดูในอะคาเดมี่ในตอนนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มี เจมส์ การ์เนอร์ แข้งวัย 18 ปีที่เป็นกองกลางตัวรับตามธรรมชาติเหมือนกัน แต่เขาก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะฝากผีฝากไข้ได้เท่าไหร่ ดังนั้นมันจึงเป็นโจทย์สำคัญของ โซลชา และทีมสตาฟฟ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ต้องทำยังไงถึงจะทำให้ แม็คโทมิเนย์ ไม่เจ็บจนต้องพักนานอีก หรือทำยังไงถึงจะหาคนอื่นที่จะมาเป็นตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งกองกลางตัวรับเพิ่มได้

ไม่อย่างนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจจะสะดุดต่อเนื่องอีกครั้ง และทำให้ชัยชนะเหนือ สเปอร์ส มันไร้ค่าก็ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *