เอาให้หนัก โซลชาเร้าแมนซิตี้ แบนแฟนบอลเหยียดผิว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เอาให้หนัก โซลชาเร้าแมนซิตี้ แบนแฟนบอลเหยียดผิว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เอาให้หนัก โซลชาเร้าแมนซิตี้ แบนแฟนบอลเหยียดผิว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เอาให้หนัก โซลชาเร้าแมนซิตี้ แบนแฟนบอลเหยียดผิว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำชับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ต้องลงโทษให้หนักกับเว็บแทงบอลฟรี แฟนบอลที่ชอบเหยียดผิวสมัครเว็บแทงบอล ย้ำคนแบบนี้ไม่ควรได้เข้ามาดูบอล

  โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ควรจะลงโทษแบนแฟนบอลนิสัยแย่แบบทั้งชีวิต หลังจากที่มีแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” รายหนึ่งแสดงท่าทางเหยียดผิวใส่ เฟร็ด และ เจสซี่ ลินการ์ด ระหว่างเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดดาร์บี้แมตช์ ที่ “ปีศาจแดง” บุกไปเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา

มีแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ รายหนึ่งถูกจับภาพแสดงกิริยาไม่เหมาะสมใส่ ลินการ์ด นอกจากนี้ เฟร็ด ยังถูกแฟนบอลเจ้าถิ่นขว้างปาสิ่งของเข้าที่ศีรษะ ขณะเดินไปเตะมุมช่วงครึ่งหลังด้วย ซึ่ง โซลชา รับไม่ได้อย่างแรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ผมได้เห็นภาพในจังหวะที่ เฟร็ด กับ เจสซี่ โดนแฟนบอล ซิตี้ ปาเหรียญใส่แล้ว ตอนนั้นพวกเขาพยายามเดินออกมา และก็มีเสียงตะโกนเชิงเหยียดผิวลงมาใส่พวกเขาทั้งสองคน ผมว่า ซิตี้ จำเป็นต้องจัดการกับเรื่องพวกนี้ให้ได้ เพราะเขาไม่สมควรได้เข้ามาชมเกมการแข่งขันแบบสดๆ เราพูดถึงเรื่องนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ เอาง่ายๆ เลยคือ เขาคนนี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้ามาชมเกม” นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าว

ทั้งนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ออกแถลงการณ์แล้วว่า พวกเขากำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อพูดถึง โซลชา ก็คงต้องนึกถึง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในนักเตะช่วงยุคไล่ล่าความสำเร็จและชุดดีที่สุดของสโมสร ภายใต้การคุมทีมของ “ป๋าเฟอร์กี้” แน่นอนหากใครที่เป็นแฟนแมนยู จะต้องรู้จักกับซุปเปอร์ซับคนสำคัญของทีมรายนี้แน่นอน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ บรมกุนซือ อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการผลการแข่งขันและรูปเกมที่เปลี่ยนแปลง โซลชา จึงเป็นตัวเลือกแรกเสมอ จนมีที่มาของคำว่า “คิดอะไรไม่ออก บอกโซลชา”

ประวัติส่วนตัว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ชื่อ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา / Ole Gunnar Solskjær

เกิดวันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 1973 / 26 February 1973

เมือง : คริสเตียนซุนด์ / Kristiansund

ประเทศ : นอร์เวย์ / Norway

ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองหน้า

โซลชา ชอบเล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรกเท่านั้น โดยเขาเริ่มเล่นให้กับสโมสร เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น 3 จาก นอร์เวย์ โดยเขาสามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างจัดจ้านจนเป็นที่สนใจของ สโมสรโมลด์ ทีมจากลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ก่อนที่จะทำการดึงตัวไปร่วมทัพในปี 1995

โมลด์ คือ สโมสรแรกที่มอบโอกาสแก่เขาให้สามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ว่าได้ เขาลงเล่นให้กับ โมลด์ ไป 42 นัด ซัดไปถึง 31 ประตู ได้รับฉายาว่า “อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์” เขาลงเล่นให้กับสโมสรโมลด์เพียงสองปีเท่านั้น ก่อนที่จะถูกทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายทั่วทวีปยุโรปจับตามอง ขณะเดียวกันเขาก็ติด ทีมชาตินอร์เวย์ชุดใหญ่ ด้วยในขณะนั้น ก่อนที่ช่วงซัมเมอร์ ปี 1996 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะจัดการควักเงินมูลค่ากว่า 1.5 ล้านปอนด์ (62,193,399 บาท) ดึงตัวมาร่วมทัพปีศาจแดงทันที

โรงละครแห่งความฝัน เส้นทางอาชีพบนลีกสูงสุดอังกฤษ

หลังจาก โซลชา เก็บข้าวของย้ายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด  ศูนย์หน้ารายนี้ก็ไม่ทำให้ กุนซือจากสกอตแลนด์ผิดหวังแต่อย่างใด ปีแรกสีเสื้อปีศาจแดง เขาลงสนามไปทั้งหมด 49 ทำได้ไปถึง 19 ประตู พร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทีมมาครอบครอง ที่สำคัญยังสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น 1996/97 มาครองได้สำเร็จด้วยผลงานอันร้อนแรงของ โซลขา ตั้งแต่ปีแรกในการเป็นหนึ่งพลพรรคผีแดง ทำให้บรรดาแฟนบอลต้องชื่นชอบและหลงใหลในตัวโซลชาอย่างมาก จนกำเนิดฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” แต่ฤดูกาลของเขากับแมนยูนั้นช่างแตกต่างจากฤดูกาลแรกอย่างสิ้นเชิง นักเตะเจ้าของเบอร์ 20 รายนี้ กับทำผลได้อย่างน่าผิดหวังอย่างกับคนละคนกับฤดูกาลแรกที่ย้ายมา จนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นิ่งนอนใจไม่ไหว ต้องหอบเงินสูงถึง 12 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว ดไวท์ ยอร์ค มาร่วมทีมเพื่อแก้ไขปัญหาปืนฟืดของ โซลชา จนถึงขั้นข่าวลือว่า โซลชา จะต้องเก็บข้าวของออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยทีเดียว หลังจบฤดูกาลที่ 2 คือปี 1997/98 เขาลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัด ทำได้เพียง 9 ประตูเท่านั้น

หลังจากการมาของ ดไวท์ ยอร์ค ส่งผลให้ โซลชา ต้องตกไปเป็นตัวสำรองทันทีแบบอัตโนมัติ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้กองหน้าผู้จงรักภัคดีของสโมสรรายนี้ท้อแท้แต่อย่างใด เขาตัดสินใจต่อสู้เพื่อลงแย่งตำแหน่งตัวจริงต่อไป แต่นั่นก็ส่งผลเสียต่อเขาทีเดียว เพราะทุกครั้งที่เขาได้รับโอกาสลงเล่นในฐานะตัวสำรอง เขาก็สามารถเปลี่ยนเกมได้เสมอ จน เฟอร์กูสัน มองว่าการส่งเขาลงเล่นฐานะตัวสำรองจะมีประโยชน์ต่อทีมมากกว่า เพราะโซลชาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์ในการมองเกมของคู่แข่ง รู้ว่าคู่แข่งจะเล่นแบบไหน และเขาต้องเล่นอย่างไร

บ่อยครั้งที่เขาคิดจะย้ายจากสโมสรเนื่องจากต้องการความต่อเนื่องในการเล่นเล่น แต่ทุกครั้งยอดกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่พาปีศาจแดงยิ่งใหญ่คับเกาะอังกฤษเวลานั้น ได้บอกกับ โซลชา ว่าเขาคือคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของทีม แน่นอนเมื่อผู้จัดการทีมที่ได้รับการยอมรับที่สุดเวลานั้น พูดออกมาแบบนี้ ใครกันที่จะไม่ใจอ่อน ส่งผลให้ โซลชา ตัดสินใจอยู่ช่วยทีมในตำแหน่งซุปเปอร์ซับต่อไปจนมาถึงเหตุการณ์ที่เหล่า “สาวกเร้ด อาร์มี่” จำไม่มีวันลืม คือวันที่ทัพแมนยูมีคิวลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1998-1999 นัดชิงชนะเลิศกับ บาเยิร์น มิวนิค ในขณะนั้น ทั้งคู่คือยอดทีมแห่งยุค เพราะทั้ง แมนยูและบาเยิร์น ต่างมีลุ้น ทริปเปิ้ลแชมป์ ด้วยกันทั้งคู่ พอเพียงชูถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ใบนี้ได้ ก็จำประกาศศักดาความยิ่งใหญ่บนทวีปยุโรปได้สำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *