เดอบรอยน์ โหดจริง ตัดเกรดเกม อาร์เซน่อล แพ้ยับ แมนฯ ซิตี้

เดอบรอยน์ โหดจริง ตัดเกรดเกม อาร์เซน่อล แพ้ยับ แมนฯ ซิตี้

 

เดอบรอยน์ โหดจริง ตัดเกรดเกม อาร์เซน่อล แพ้ยับ แมนฯ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงรักษามาตรฐานความโหดแม้จะบุกเยือน อาร์เซน่อล เมื่อพวกเขาจัดการยิงสลุต 3 ประตูรวดตั้งแต่ครึ่งแรก

ในเกมทุบปืนใหญ่กระบอกแตกสกอร์ 3-0 ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา

เจ้าบ้านสร้างความฮือฮาตั้งแต่ 30 วินาทีแรกเมื่อ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่  มีโอกาสหลุดเข้าไปยิงแต่ไม่ผ่านมือของ เอแดร์ซอน แต่หลังจากนั้นเป็นมหกรรมยำใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้ โดยพวกเขาเดินหน้าเปิดเกมบุกสุดโหดและได้ 3 ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ 2 ลูก และอีกประตูเป็นของ ราฮีม สเตอร์ลิง

หลังจากนั้นในครึ่งหลัง “เรือใบสีฟ้า” ยังครองเกมเหนือกว่า และมีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เจ้าบ้านทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จบเกม อาร์เซน่อล ต้องพบกับความเจ็บช้ำน้ำใจคาถิ่นเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน

(เสมอ 3 แพ้ 3) ถือเป็นสถิตินานสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 1994-ก.พ. 95 ที่ไม่ชนะ 8 แมตช์ติดต่อกันในยุคจอร์จ เกรแฮม

เว็บแทงบอลที่ดีที่สุด โปรโมชั่นดี พนันบอลถูกกฎหมาย บริการดี 24 ชม.

อาร์เซน่อล

เดอบรอยน์ โหดจริง ตัดเกรดเกม อาร์เซน่อล แพ้ยับ แมนฯ ซิตี้

เดอบรอยน์ โหดจริง ตัดเกรดเกม อาร์เซน่อล แพ้ยับ แมนฯ ซิตี้

: แบร์นด์ เลโน่

แม้จะเสีย 3 ประตูในเกนี้ แต่ เลโน่ ยังมีหลายชอตที่ช่วยให้ทีมไม่แพ้เละเทะ โดยเฉพาะการพุ่งปัดบอลอย่างน่าเหลือเชื่อในจังหวะยิงของ เควิน เดอ บรอยน์

: เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส 

โดนจับมาเล่นตำแหน่งแบ็กขวาจำเป็น และทำผลงานได้ย่ำแย่สุดๆ

: คาลั่ม แชมเบอร์ส 

 บ่อน้ำมันชั้นดีสำหรับผู้เล่นแมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถจัดการเกมบุกของ “เรือใบสีฟ้า” ได้เลย

: โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส

ผลงานในแมตช์นี้แสดงให้เห็นว่าอายุของเขามีปัญหากับเกมเร็วของแมนฯ ซิตี้ รวมทั้งยังขาดความมั่นใจ

: เซอัด โคลาซินัช

เสียท่าให้กับ สเตอร์ลิง ในจังหวะที่โดนยิงประตูที่สอง แต่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากบาดเจ็บ

: มัตเตโอ เก็นดูซี่

เล่นด้วยความกระตือรือร้นเพื่อจะสร้างความแตกต่าง แต่ยังห่างชั้นกับ เควิน เดอ บรอยน์

: ลูกัส ตอร์เรร่า

พยายามวิ่งเพื่อปิดช่องโหว่ในแดนกลาง และทุ่มเทเต็มที่ เติมเกมบุก และมีโอกาสยิงไกล

: นิโกล่าส์ เปเป้

ยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้คุ้มกับค่าตัวที่ อาร์เซน่อล จ่ายออกไป และนี่เป็นอีกเกมที่ เปเป้ โชว์ฟอร์มได้ย่ำแย่สุดๆ

: เมซุต โอซิล

แทบไม่มีบทบาทในเกมนี้ สุดท้ายโดนเปลี่ยนตัวออก และแสดงพฤติกรรมแย่ๆ เตะถุงมือบริเวณข้างสนามอีกต่างหาก

: กาเบรียล มาร์ติเนลลี่

มีโอกาสดีเยี่ยมในการยิงประตูให้ทีมขึ้นนำหลังเกมเริ่มไปแค่ 33 วินาที หลังจากนั้นก็หายไปจากเกม

: ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง

เงียบสนิทจนหลายคนลืมไปว่า โอบาเมย็อง ลงเล่นในเกมนี้ด้วย แตจะโทษเจ้าตัวไม่ได้ เพราะทีมไม่สามารถปั้นเกมบุกคอยสนับสนุนเขาได้เลย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

: เอแดร์ซอน โมราเอส

มีโอกาสโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะยิงขอ มาร์ติเนลลี่ ช่วงต้นเกม แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร เนื่องจากเกมรุก อาร์เซน่อล เจาะเกมรับ “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้เลย

: ไคล์ วอล์คเกอร์

ทำผลงานได้ตามมาตรฐาน แต่ไม่ค่อยได้ช่วยทีมเติมเกมรุกมากนัก

: นิโกลัส โอตาเมนดี้

อาจจะโดนแนวรุกของ อาร์เซน่อล ปั่นป่วนไปบ้างช่วงต้นครึ่งแรกและครึ่งหลัง แต่โดนรวม ดาวเตะอาร์เจนไตน์ เจอกับงานง่ายเหลือเกินในแมตช์นี้

: แฟร์นันดินโญ่ 

ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็นได้ดี ช่วยเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม และมีส่วนกับประตูแรกทัพ “เรือใบสีฟ้า” จากการยิงของ เดวิน เดอ บรอยน์

: เบนฌาแม็ง เมนดี้

ถือเป็นจุดอ่อนของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมนี้ โดยมีหลายครั้งที่โดน เปเป้ ปั่นป่วน แถมยังเสียใบเหลืองโดยไม่จำเป็นจากจังหวะทำฟาวล์ เปเป้ บริเวณกรอบเขตโทษ

: ฟิล โฟเด้น

ลงทำหน้าที่ยืนเป็นมิดฟิลด์ฝั่งขวา เล่นได้อย่างโดดเด่น ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถึงจับลงตัวจริงในเกมสำคัญแบบนี้

: โรดรี เอร์นานเดซ

คอยทำหน้าที่ตัดเกมได้ดีเยี่ยม ทำให้แผงกองกลางอาร์เซน่อล ไม่สามารถต่อเกมได้เลย และยังมีส่วนในการช่วยเติมเกมรุก

: อิลคาย กุนโดกัน

คอยคุมจังหวะการเล่นในเกมนี้ และครองบอลได้สบายๆ เพราะไม่มีนักเตะอาร์เซน่อลเข้ามากดดัน ที่สำคัญยังจัดการป่วน เก็นดูซี่ และ ตอร์เรร่า จนเล่นไม่ออก

: เควิน เดอ บรอยน์

ผลงานเลอเลิศเพอร์เฟกต์ จบสกอร์ได้อย่างสุดยอดตั้งแต่ 2 นาทีแรกให้ทีมขั้นนำ ส่วนประตูที่สองของเจ้าตัวมาจากการปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบกว่า 20 หลาเข้าไปอย่างงดงาม จริงๆ แล้วว่าจะกดแฮตทริกในครึ่งแรก แต่ลูกยิงนอกกรอบของเขาโดนปลายนิ้ว เลโน่ ก่อนจะไปชนเสา อย่างไรก็ตามโดนรวมแล้ว เดอ บรอยน์ เล่นดีไม่มีที่ติจริงๆ

: กาเบรียล เชซุส

พลาดโอกาสทำประตูไปอย่างน่าเสียดายทั้งๆ ที่มีโอกาสหลายครั้ง แต่กระนั้นก็มีส่วนกับการส่งบอลให้ เดอ บรอยน์ ซัดประตูแรก

: ราฮีม สเตอร์ลิง

ฟอร์มอาจจะไม่หวือหวาในเกมนี้ แต่สิ่งสำคัญก็คือการจบสกอร์ที่เด็ดขาด โดย สเตอร์ลิง ฉลองนัดที่ 400 ในอาชีพการค้าแข้งด้วยการซัด 1 ประตูกระนั้นเขาน่าจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดมากกว่านี้หากไม่พลาด 2 จังหวะสำคัญ แต่โดนรวมฟอร์มยังคงอยู่ในระดับมาตรฐาน